2005/Aug/04

นานๆทีจะได้อ่านหนังสือเล่มยาวๆ

ที่ทำให้รู้สึกสนุกอยู่ตลอดที่อ่านทั้งเรื่อง

แต่ตอนจบก็ทำให้อึ้งไปได้เหมือนกัน

กับชีวิตที่ต้องเจอความจริงอันน่าเจ็บปวดของทุกๆคน

...

วรรณกรรมอิงประวัติศาสตร์ที่แสนเจ็บปวดของชวายุคอาณานิคม

ยุคที่คนมีสองชนชั้น

'คนยุโรป'และ'คนพื้นเมือง'

คนยุโรปเป็นผู้ที่เข้ามาเพื่อถือสิทธิที่เหนือกว่า

ด้วยอาวุธและกฎหมาย

บังคับให้คนพื้นเมืองต้องลดคุณค่าแห่งตัวเอง

...

พระเอกเป็นคนพื้นเมืองเชื้อกษัตริย์

ได้รับการศึกษาเยี่ยงชาวยุโรป

ส่วนนางเอกเป็นลูกผสม

มีแม่เป็นคนพื้นเมืองที่รู้ขนบธรรมเนียมชาวดัตช์เป็นอย่างดี

ทั้งสองรักกัน..

แต่ฐานะต่างกันเกินไปที่จะอยู่ด้วยกัน

...

คนยุโรปหลายคนเห็นใจคนพื้นเมือง

แต่เสียงของคนเหล่านั้นเบาเกินไป

คนพื้นเมืองหลายคนอาจหาญต่อกรกับชาวยุโรป

แต่สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้

...

ดีนะ ที่อย่างน้อยบ้านเมืองเราก็ไม่มีอะไรอย่างนั้น

คงมีแค่คล้ายๆกันเท่านั้น

แผ่นดินของชีวิต แปลจากวรรณกรรมภาษาอินโดนีเซียเรื่อง Bumi Manusia

เขียนโดย Pramoedya Ananta Toer

แปลโดย ภัควดี วีระภาสพงษ์

พิมพ์ครั้งแรก 2543 โดยสำนักพิมพ์คบไฟ

2005/Jul/24

เรื่องราวของชายคนหนึ่ง

ที่ชีวิตต้องเจอเหตุการณ์ที่แปรเปลี่ยนอยู่เสมอ

เจอกับสงครามและเหตุการณ์ที่พรากคนที่เขารักไปตลอกกาล

...

อ่านหนังสือเล่มนี้ครั้งแรกเมื่อเทอมที่ผ่านมา

ทั้งๆที่ชายคนนี้ต่อสู่มาได้จนถึงจุดที่พอใจกับชีวิตแล้ว

แต่ผมกลับรู้สึกหดหู่เมื่อหยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่านอีกครั้ง

...

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ในเทืองหลวงของหลายประเทศจัดงานอย่างยิ่งใหญ่

เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี

วันแห่งชัยชนะ..

ของใคร?

...

9 พฤษภาคม 1945

เยอรมนีประกาศยอมแพ้

สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองในฝั่งยุโรป

ฟังดูเป็นเรื่องน่ายินดี

แต่ชีวิตของผู้คนหลังสงครามจะเป็นอย่างไร?

เศรษฐกิจที่พังทลาย

สภาวะข้าวยากหมากแพง

ความเจ็บป่วย ความพิการ

ครอบครัว คนที่รัก จากไปอย่างไม่มีวันกลับ

...

ชายคนนี้ไม่ได้ผ่านมาแค่สงครามเดียว

ตั้งแต่ปี 1900 เป็นต้นมา

มีสงครามนับครั้งไม่ถ้วน

พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากทุกคน

...

แม้ว่าหนังสือเล่มนี้จะจบอย่างค่อนข้างมีความสุข

สองชีวิตภายหลังสงครามมาเจอกัน

และอยู่เพื่อกันและกัน

ผมเชื่อว่ามีหลายๆคนที่ไม่ได้มีบั้นปลายที่ดีอย่างนี้

...

บนแผ่นดินนี้สงครามไม่เคยจบสิ้น

การสูญเสียไม่เคยสิ้นสุด

น้ำตายังคงหลั่งรินอยู่

...

รัฐตั้งอยู่บนความสูญเสียของประชาชน!!

...

ไม่รู้ว่าเคยอ่านกันรึยัง

ชีวิตคนคนนึงที่สูญเสียแทบทุกสิ่ง

แต่ยังคงต่อสู้และมีความสุขกับชีวิตต่อไปได้

หนังสือเล่มนี้หนาเพียงเกือบ 70 หน้า

แต่ให้แง่คิดและมุมมองหลายอย่างมาก

ถ้ายังไม่เคยอ่าน ลองอ่านดูนะครับ

ชะตาชีวิต แปลจากวรรณกรรมภาษารัสเซียเรื่อง Судьба Человека

เขียนโดย Mikhail Aleksandrovich Sholokhov นักเขียนรางวัลโนเบลประจำปี 1965

แปลโดย อนันต์ชัย เลาหะพันธุ

พิมพ์ครั้งแรก มีนาคม 2524 โดยสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

2005/Jul/22

หลังจากเรียนกับพี่ๆเสร็จก็ไปกินข้าวกัน

แต่ไม่ได้กินแฮะ

ซัดมาจนอิ่มตั้งแต่ตอนเช้าแล้ว

...

ขึ้นไปเรียนกับพี่ๆต่อ

จริงๆอยากไปนั่งเรียน культура กับเพื่อนๆ

แต่เพื่อนดันมีสอบ

เลยไปนั่งเรียน tourism กับพี่ๆแทน

เรียนกับ อ.ยอด

สนุกดีแฮะ เหมือนเรียนประวัติศาสตร์ แต่ไม่ยาก

เพราะเป็นประวัติศาสตร์บ้านพ่อบ้านแม่

ไม่เหมือนกับไอ้ที่เรียนตลอด 1 ปีที่ผ่านมา

...

เรียนเสร็จไปกินพิซซ่ากับเพื่อนๆที่ข้าวสาร

เพื่อนๆในที่นี้ไปกันแค่ แน็ท โบ อุ้ม เอิร์ธ

พิซซ่าอร่อยดี

กินกันไป 2 ถาด

เสร็จแล้วก็ไปกินเค้กกันต่อ

นั่งคุยกับเพื่อนๆเรื่องที่อยากรู้มานาน

เรื่องชีวิตที่มอสโก เรื่องคนที่นั่น

ฟังแล้วหดหู่นิดหน่อย

...

เดินไปที่ร้านหนังสือเดินทางกัน

แต่ไม่มีหนังสือที่อยากได้แฮะ

สงสัยขายแต่หนังสือฝั่งเอเชีย

...

ตอนจะกลับบ้านเจอพี่เล็กระหว่างทาง

เลยไปยืนคุยกันที่ป้ายรถเมล์

ร้อน คนเยอะ รอนาน

ยังไม่กลับดีกว่า

ไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุด

...

ระหว่างเดินไปห้องสมุดเจอพีรัญญา

อืม..หาคนยืมหนังสือให้ได้แล้ว

ไม่ค่อยได้คุยกับพีเท่าไหร่

เพราะมันเป็นห้องสมุด

แถมไปถึงตอนแรกดันหลับอีก

หลับคาโซฟา

...

ยืมหนังสือมา 2 เล่ม

เอาไว้จะเล่าให้ฟังนะว่ายืมอะไรมาบ้าง